คัมภีร์ 100 วิธี ขายหม่าล่าทั่งให้ได้กำไร ฉบับผู้มีประสบการณ์ 15 ปี

สวัสดีครับ ว่าที่เถ้าแก่เนี้ย เถ้าแก่ทุกท่าน

ผมอยู่ในวงการแฟรนไชส์มา 15 ปีเต็ม… ใช่ครับ 15 ปี! ตั้งแต่วันที่คนไทยยังเรียกชื่อเมนูนี้กันไม่ค่อยจะถูก จนวันนี้ที่มันกลายเป็นเมนูสุดฮิตที่เห็นได้ทุกหัวมุมถนน ผมเห็นร้านเกิดใหม่นับร้อย และก็เห็นร้านที่ต้องปิดตัวไปนับร้อยเช่นกัน ความฝันที่จะมีธุรกิจเป็นของตัวเองมันสวยงามเสมอครับ แต่เส้นทางจริงมัน “เผ็ดร้อน” ยิ่งกว่าพริกหม่าล่าเบอร์แรงสุดเสียอีก

วันนี้ผมไม่ได้มาขายฝัน แต่จะมา “ขายวิธี” ครับ ผมกลั่นกรองประสบการณ์ ล้มลุกคลุกคลาน ลองผิดลองถูก มาเป็น “คัมภีร์ 100 วิธี ขายหม่าล่าทั่งให้ได้กำไร” ที่จะทำให้คุณก้าวเดินได้อย่างมั่นคงบนสมรภูมินี้ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่กำลังเล็งจะลงทุนกับ แฟรนไชส์หม่าล่าทั่ง หรืออยากสร้างแบรนด์ของตัวเองให้กลายเป็น แฟรนไชส์ขายดี ในอนาคต

ถ้าคุณพร้อมแล้ว… มาเริ่มกันเลยครับ

รากฐานต้องแกร่ง - การวางแผนธุรกิจ (วิธีที่ 1-5)

ก่อนจะต้มซุปให้หอมกรุ่น คุณต้องสร้างหม้อที่แข็งแรงก่อน นี่คือเสาหลัก 5 ต้นที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด

 

  1. ทำความเข้าใจตลาดหม่าล่าในพื้นที่ของคุณ: อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าคนทุกที่ชอบเหมือนกัน! ลองเดินสำรวจดูว่าแถวที่คุณจะเปิดเป็นย่านออฟฟิศ, มหาวิทยาลัย, หรือหมู่บ้าน? พฤติกรรมการกินของเขาเป็นอย่างไร? เขากินมื้อด่วน หรือนั่งแช่? นี่คือข้อมูลทองคำที่จะกำหนดทิศทางร้านคุณ

  2. วิเคราะห์คู่แข่งแบบถึงกึ๋น: เดินไปชิมร้านคู่แข่งเลยครับ! ดูราคา, เมนู, ความหลากหลายของวัตถุดิบ, น้ำซุป, น้ำจิ้ม, โปรโมชั่น แล้วถามตัวเองว่า “เราจะทำอะไรให้ดีกว่าเขาได้บ้าง?” อาจจะเป็นซุปสูตรลับ หรือวัตถุดิบพรีเมียมที่เขาไม่มี

  3. กำหนดกลุ่มเป้าหมายให้คมชัด: ร้านคุณจะจับกลุ่มไหน? วัยรุ่นสายคอนเทนต์ที่ชอบร้านสวยๆ? หนุ่มสาวออฟฟิศที่เน้นเร็วและคุ้ม? หรือครอบครัวที่มองหาความหลากหลาย? การรู้ว่าลูกค้าคือใคร จะทำให้การตลาดและการจัดเมนูของคุณง่ายขึ้นเยอะ

  4. วางแผนต้นทุนและราคาขายให้แม่นยำ: คำนวณต้นทุนทุกอย่าง! ค่าเช่า, ค่าวัตถุดิบ (แยกเป็นอย่างๆ เลยยิ่งดี), ค่าจ้างพนักงาน, ค่าน้ำค่าไฟ, ค่าการตลาด แล้วกำหนดราคาขายที่ทำให้คุณมีกำไรอย่างน้อย 40-50% หลังหักต้นทุนวัตถุดิบ (Cost of Goods Sold) จำไว้ว่า ขายหม่าล่าทั่งให้ได้กำไร ไม่ใช่แค่ขายดี แต่ต้องมีเงินเหลือ

  5. เลือกทำเล “เทพ” ที่คนพลุกพล่าน: ทำเลคือหัวใจสำคัญ ใกล้มหาวิทยาลัย, ออฟฟิศ, ตลาด, หรือในห้างสรรพสินค้า คือทำเลทอง ยอมจ่ายค่าเช่าแพงขึ้นอีกนิด แต่ได้ลูกค้าตลอดทั้งวัน ยังไงก็คุ้มกว่าร้านสวยในซอยเปลี่ยวครับ

หมวดที่ 2: หัวใจของร้าน – การจัดการเมนู (วิธีที่ 6-10)

น้ำซุปและวัตถุดิบคือพระเอก-นางเอกของร้านคุณ ทำให้โดดเด่นที่สุด

  1. ทำเมนูหม่าล่าหลากหลายระดับความเผ็ด: ไม่ใช่ทุกคนจะกินเผ็ดไหว จัดระดับความเผ็ดตั้งแต่ “เบบี๋” (ไม่ใส่พริก) ไปจนถึง “เผ็ดสะท้านฟ้า” และต้องมีซุปอื่นเป็นทางเลือกด้วย เช่น ซุปกระดูกหมู, ซุปเห็ดหอม, หรือต้มยำ เพื่อดึงลูกค้ากลุ่มอื่น

  2. เพิ่มเมนูเครื่องเคียง “ตัวทำเงิน”: ของทอดต่างๆ (ไก่ทอด, เต้าหู้ทอด), ข้าวสวย, เครื่องดื่มรีฟิล, หรือของหวานล้างปาก เหล่านี้คือตัวเพิ่มยอดขายต่อบิลชั้นดี อย่ามองข้ามเด็ดขาด

  3. ใช้วัตถุดิบสดใหม่ทุกวัน คือคำสัญญา: ลูกค้าแยกออกครับระหว่างผักสดๆ กับผักเหี่ยวๆ ลูกชิ้นเกรดดีกับลูกชิ้นแป้งๆ ความสดใหม่คือการสร้างความไว้วางใจที่ดีที่สุด

  4. ปรับสูตรให้ถูกลิ้นคนไทย: หม่าล่าต้นตำรับอาจจะมันและเค็มเกินไป ลองปรับสูตรให้กลมกล่อมขึ้น อาจจะเพิ่มความหวานนิดๆ หรือความเปรี้ยวหน่อยๆ ให้ถูกปากคนในพื้นที่ของคุณ

  5. สร้างเมนูพิเศษตามเทศกาล: วาเลนไทน์มีเซ็ตคู่รัก, ตรุษจีนมีเมนูมงคล, หรือช่วงบอลโลกอาจมีเซ็ต “เชียร์มันส์” สิ่งเหล่านี้สร้างความตื่นเต้นและทำให้ร้านคุณดูไม่น่าเบื่อ

Our story

หมวดที่ 3: เรียกแขกเข้าร้าน - เทคนิคการขายหน้าร้าน (วิธีที่ 11-15)

ร้านสวย เมนูดี แต่ถ้าไม่มีคนเห็นก็จบ มาทำให้ร้านคุณตะโกนเรียกแขกกัน

  1. ตั้งร้านให้เห็นชัด เด่นสะดุดตา: ป้ายร้านต้องใหญ่ ไฟต้องสว่าง สีสันต้องดึงดูด ทำให้คนที่เดินผ่านไปมาต้องเหลียวมอง

  2. ใช้ป้ายเมนูใหญ่ อ่านง่าย สีสันดึงดูด: รูปภาพอาหารต้องน่ากิน! ใช้รูปจริงที่ถ่ายสวยๆ บอกราคาชัดเจน อย่าปล่อยให้ลูกค้ายืนงงหน้าร้าน

  3. จัดมุมถ่ายรูปสวยให้ลูกค้าแชร์: แค่ผนังสวยๆ พร้อมป้ายไฟนีออนคำคมเด็ดๆ ก็สามารถเปลี่ยนลูกค้าให้กลายเป็นนักการตลาดให้คุณฟรีๆ ได้แล้ว

  4. มีบริการทดลองชิมเมนูใหม่: เวลาออกน้ำซุปใหม่ หรือน้ำจิ้มสูตรเด็ด ลองทำถ้วยเล็กๆ ให้ลูกค้าชิมฟรี เป็นการเปิดใจและกระตุ้นยอดขายได้ดีมาก

  5. แนะนำเมนูขายดีให้ลูกค้าลอง: พนักงานต้องเป็น “นักขาย” ไม่ใช่แค่ “คนคิดเงิน” สอนให้พวกเขารู้จักแนะนำเมนู Signature หรือเซ็ตสุดคุ้มให้กับลูกค้าที่ลังเล

 

หมวดที่ 4: โลกออนไลน์คือสมรภูมิ – การตลาดดิจิทัล (วิธีที่ 16-20)

 

ถ้าคุณไม่มีตัวตนบนโลกออนไลน์ ก็เท่ากับคุณเปิดร้านแค่ครึ่งเดียว

  1. ทำเพจ Facebook และ IG ให้มีชีวิต: อัปเดตทุกวัน! โพสต์รูปสวยๆ, โปรโมชั่น, เบื้องหลังการเตรียมวัตถุดิบ, หรือเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ในร้าน สร้างความผูกพันกับลูกค้า

  2. ใช้ Reels / TikTok สร้างคลิปสั้นเรียกไวรัล: คลิปตักวัตถุดิบแบบ ASMR, คลิปซดน้ำซุปร้อนๆ, หรือคลิปแนะนำ “10 อย่างที่ต้องคีบ” มันสร้างการรับรู้ได้เร็วกว่าที่คุณคิด

  3. ลงโปรโมชั่น “Flash Sale” วันเดียวจบ: เช่น “เฉพาะวันอังคาร ลด 50% เมนูหมูสามชั้น” โปรฯ แบบนี้สร้างความรู้สึกเร่งด่วนและดึงคนเข้าร้านได้ในวันที่อาจจะเงียบเหงา

  4. ใช้รีวิวจากลูกค้า (UGC) สร้างความน่าเชื่อถือ: เอารีวิวดีๆ จากลูกค้ามาโพสต์ขอบคุณ แชร์สตอรี่ที่ลูกค้าแท็กมา สิ่งนี้ทรงพลังกว่าคำโฆษณาใดๆ

  5. เชื่อมต่อ LINE OA สำหรับลูกค้าเดลิเวอรี่: สร้างเมนูให้สั่งง่ายๆ ผ่าน LINE จัดโปรฯ เฉพาะใน LINE เพื่อสร้างฐานลูกค้าประจำและกระตุ้นการสั่งซ้ำ

 

หมวดที่ 5: มัดใจลูกค้า – การบริการที่เป็นเลิศ (วิธีที่ 21-25)

 

รสชาติทำให้ลูกค้ามาครั้งแรก แต่บริการที่ดีจะทำให้ลูกค้ากลับมาตลอดไป

  1. ยิ้มแย้ม แจ่มใส ทักทายเสียงดังฟังชัด: พลังงานบวกจากพนักงานส่งถึงลูกค้าได้เสมอ สร้างบรรยากาศดีๆ ตั้งแต่ก้าวแรกที่ลูกค้าเข้ามา

  2. แนะนำเมนูอย่างเป็นมิตรและจริงใจ: เมื่อลูกค้าถาม “อะไรอร่อย?” อย่าตอบแค่ “อร่อยทุกอย่างครับ” แต่ให้ถามกลับว่า “ปกติลูกค้าชอบทานแนวไหนครับ/คะ?” แล้วแนะนำสิ่งที่ตรงใจเขาจริงๆ

  3. บริการรวดเร็ว ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า “ไม่ต้องรอนาน”: ระบบการจัดการคิวและออร์เดอร์ต้องดี โดยเฉพาะช่วงพีคไทม์ ความเร็วคือหนึ่งในหัวใจของร้านอาหาร

  4. จดจำลูกค้าประจำ: แค่ทักทายว่า “พี่… เหมือนเดิมใช่ไหมครับ?” มันสร้างความรู้สึกพิเศษให้ลูกค้าได้อย่างมหาศาล เขาจะรู้สึกเป็นคนสำคัญของร้าน

  5. รับฟังทุกคำติชมและ “ลงมือ” ปรับปรุงทันที: เมื่อลูกค้าคอมเพลน อย่าโต้เถียง แต่ให้ “ขอบคุณ” และนำไปแก้ไขทันที ร้านที่พัฒนาตัวเองอยู่เสมอคือร้านที่จะอยู่รอด

หมวดที่ 6-20: กลยุทธ์ขั้นสูงสู่ความเป็นมืออาชีพ (วิธีที่ 26-100)

เมื่อพื้นฐานแน่นแล้ว ก็ถึงเวลาติดเทอร์โบให้ธุรกิจของคุณด้วยเทคนิคขั้นสูงเหล่านี้

 

6. การสร้างโปรโมชั่นและแคมเปญ (วิธีที่ 26-30)

 

  1. ซื้อ 1 แถม 1 ในวันพิเศษ เช่น วันเปิดร้าน หรือวันครบรอบ

  2. แจกคูปองสะสมแต้ม เช่น กินครบ 10 ครั้ง ฟรี 1 ครั้ง

  3. โปรโมชั่นเฉพาะช่วงเทศกาล เช่น เซ็ตไหว้เจ้าพร้อมหม่าล่าช่วงตรุษจีน

  4. แพ็กเกจสำหรับครอบครัว/กลุ่มเพื่อน มา 4 จ่าย 3

  5. สร้างกิจกรรมร่วมสนุกบนโซเชียล เช่น “ตั้งชื่อเมนูใหม่ ชิงรางวัล”

 

7. การบริหารจัดการวัตถุดิบ (วิธีที่ 31-35)

  1. เก็บวัตถุดิบอย่างถูกวิธี ผักแช่เย็น, เนื้อสัตว์แช่แข็ง เพื่อยืดอายุ

  2. สต็อกวัตถุดิบให้พอดีกับยอดขาย ใช้ระบบ First-In, First-Out (มาก่อน ใช้ก่อน)

  3. จัดซื้อวัตถุดิบจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ต่อรองราคาเมื่อสั่งเยอะๆ

  4. ใช้วัตถุดิบคุ้มค่า ส่วนที่เหลือจากการตัดแต่ง สามารถนำไปต้มซุปได้

  5. จัดทำบันทึกการซื้อ-ขายให้ชัดเจน เพื่อวิเคราะห์ต้นทุนที่แท้จริง

 

8. การปรับกลยุทธ์ตามเทรนด์ (วิธีที่ 36-40)

  1. ติดตามเทรนด์อาหารใหม่ๆ เช่น ช่วงหนึ่งคนฮิตคราฟต์โซดา ก็หามาขายเสริม

  2. ปรับรสชาติให้เข้ากับความนิยม เช่น เพิ่มซุปหม่าล่านมสด, ซุปมะเขือเทศ

  3. ทดลองเมนูฟิวชัน เช่น หม่าล่าทั่งราดชีสยืดๆ, ใส่เส้นพาสต้า

  4. ใช้เครื่องดื่ม/ของหวานเสริมกำไร ชานมไข่มุก, น้ำสมุนไพรจีน

  5. จัดเมนูสำหรับสายสุขภาพ ใช้วัตถุดิบออร์แกนิก, ซุปใสไขมันต่ำ

 

9. การสร้างแบรนด์ให้ติดตลาด (วิธีที่ 41-45)

  1. ตั้งชื่อร้านโดดเด่น จำง่าย มีเรื่องราว

  2. ออกแบบโลโก้และโทนสีร้านให้เป็นที่จดจำ

  3. ใส่ความเป็นเอกลักษณ์ในทุกเมนู เช่น ชื่อเมนูที่แปลกใหม่, ภาชนะที่ไม่เหมือนใคร

  4. สร้างความสม่ำเสมอ ทั้งรสชาติและการบริการ

  5. ใช้ Storytelling เล่าที่มาของสูตร หรือแรงบันดาลใจในการเปิดร้าน

 

10. การขยายธุรกิจ (วิธีที่ 46-50)

  1. ขายส่งวัตถุดิบ/น้ำซุป ให้ร้านอื่นที่เล็กกว่า

  2. เปิดหลายสาขา เมื่อสาขาแรกอยู่ตัวและมีกำไรสม่ำเสมอ

  3. ขายแฟรนไชส์เล็กๆ สร้างระบบที่ก๊อปปี้ง่ายและควบคุมคุณภาพได้

  4. จัดทำแบรนด์สินค้าแห้ง เช่น พริกหม่าล่า, เครื่องปรุง สำหรับซื้อกลับบ้าน

  5. ทำโปรโมชั่นร่วมกับธุรกิจอื่น เช่น ร้านชานมไข่มุกข้างๆ

 

11. เทคนิคเฉพาะตัวสร้างความต่าง (วิธีที่ 51-55)

  1. สร้างซอส/น้ำจิ้มสูตรเฉพาะ ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้

  2. ใช้สมุนไพรจีนแท้ในน้ำซุป ชูจุดขายเรื่องสุขภาพ

  3. ทำเมนูพิเศษวันเกิดลูกค้า เช่น ให้ฟองเต้าหู้ฟรีในเดือนเกิด

  4. เสนอชุดเซ็ตสำหรับคู่รัก / ครอบครัว ที่จัดวัตถุดิบมาให้แล้ว

  5. ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เช่น ผักพื้นบ้าน เพื่อสร้างเอกลักษณ์

 

12. การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า (วิธีที่ 56-60)

  1. มีสูตรสำรอง เมื่อวัตถุดิบหลักขาดตลาด

  2. เตรียมอุปกรณ์สำรอง เช่น เตาไฟฟ้า, หม้อ

  3. มีแผนรับมือช่วงฝนตก/วันหยุดยาว โปรโมชั่นเดลิเวอรี่, การสต็อกของ

  4. รับออร์เดอร์ล่วงหน้า สำหรับออร์เดอร์ใหญ่ๆ

  5. ทำระบบจองคิวออนไลน์ หรือบัตรคิว เพื่อลดปัญหาลูกค้ารอนาน

 

13. การสร้างลูกค้าประจำ (วิธีที่ 61-65)

  1. ทำบัตรสะสมแต้มดิจิทัล ผ่านเบอร์โทรศัพท์

  2. ส่งข้อความ LINE OA ขอบคุณ หลังลูกค้าซื้อ พร้อมแนบคูปองส่วนลดครั้งถัดไป

  3. จัดกิจกรรม Exclusive สำหรับลูกค้าประจำ เช่น ชิมเมนูใหม่ก่อนใคร

  4. ให้ส่วนลดพิเศษในเดือนเกิด ของลูกค้าสมาชิก

  5. จัดคลาส/Workshop เล็กๆ สอนทำหม่าล่าทั่งง่ายๆ ที่บ้าน

 

14. ไอเดียสร้างกำไรเสริม (วิธีที่ 66-70)

  1. ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น เบียร์วุ้นคู่กับหม่าล่า

  2. ทำซอสปรุงรสขายเป็นขวด ให้ลูกค้านำกลับไปทำเอง

  3. ขายวัตถุดิบสด สำหรับทำหม่าล่าที่บ้าน

  4. ทำแพ็กเกจ “ปาร์ตี้หม่าล่า” สำหรับสั่งไปทานที่ออฟฟิศ

  5. ทำแพ็กเกจสั่งกลับบ้าน พร้อมน้ำซุปแบบขวดและวัตถุดิบเป็นเซ็ต

15. การสร้างประสบการณ์ลูกค้า (วิธีที่ 71-75)

  1. จัดมุมถ่ายรูป Instagrammable ที่มีแสงสวยๆ

  2. เปิดเพลงที่สร้างบรรยากาศ อาจจะเป็นเพลงจีน หรือเพลงฟังสบายๆ

  3. ให้ลูกค้ามีส่วนร่วม ในการตั้งชื่อเมนู หรือโหวตเมนูประจำเดือน

  4. ทำเมนูแบบ Interactive ให้ลูกค้าเลือกส่วนผสม, ระดับความเผ็ด, และน้ำซุปเอง

  5. พนักงานจดจำออร์เดอร์โปรดของลูกค้าประจำได้

 

16. การใช้เทคโนโลยีช่วยขาย (วิธีที่ 76-80)

 

  1. ใช้ QR Code สำหรับสั่งอาหาร และชำระเงินที่โต๊ะ

  2. ติดตั้งระบบ POS System ช่วยวิเคราะห์ยอดขายว่าเมนูไหนขายดี

  3. ใช้ Facebook/Google Analytics ดูพฤติกรรมลูกค้าออนไลน์

  4. ส่งโปรโมชั่นอัตโนมัติ ผ่าน LINE OA เมื่อลูกค้าไม่ได้กลับมานาน

  5. ใช้ระบบจัดการสต็อก เพื่อแจ้งเตือนเมื่อวัตถุดิบใกล้หมด

 

17. เทคนิคบริหารพนักงาน (วิธีที่ 81-85)

 

  1. จัดอบรมพนักงาน ให้เข้าใจในแบรนด์และมี Service Mind

  2. แบ่งหน้าที่รับผิดชอบชัดเจน ใครดูแลส่วนไหน

  3. มี Incentive/Commission สำหรับพนักงานที่ช่วยเพิ่มยอดขาย

  4. จัดวันทบทวนสูตรและเทคนิคใหม่ๆ ให้พนักงาน

  5. สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของร้าน

 

18. การจัดการเรื่องค่าใช้จ่าย (วิธีที่ 86-90)

 

  1. ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายทุกวัน อย่างละเอียด

  2. เปรียบเทียบราคาวัตถุดิบจากหลายซัพพลายเออร์

  3. ลดของเสีย (Food Waste) ด้วยการวางแผนสั่งของที่แม่นยำ

  4. ใช้บรรจุภัณฑ์ที่คุ้มค่า แต่ยังดูดีและรักษาคุณภาพอาหารได้

  5. จัดโปรโมชั่นเพื่อระบายสต็อก ที่ใกล้หมดอายุ

 

19. การตลาดเฉพาะกิจ (วิธีที่ 91-95)

 

  1. จัดกิจกรรมวันเปิดร้าน/วันครบรอบ ให้ยิ่งใหญ่

  2. ทำ Pop-up store ในงานอีเวนต์ต่างๆ

  3. ร่วมมือกับ Influencer สายอาหาร ในพื้นที่ของคุณ

  4. แจก Sample ฟรี ให้คนลองแล้วแชร์บนโซเชียล

  5. ทำเมนูลับ (Secret Menu) เฉพาะคนที่ติดตามเพจเท่านั้น

 

20. การพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (วิธีที่ 96-100)

 

  1. วิเคราะห์ยอดขายเดือนต่อเดือน เพื่อหาแนวโน้ม

  2. ปรับราคาและโปรโมชั่นตามฤดูกาล หรือสภาวะเศรษฐกิจ

  3. ทดสอบเมนูใหม่ทุก 3-6 เดือน เพื่อหาเมนูทำเงินตัวใหม่

  4. รับฟัง Feedback จากลูกค้าเสมอ และนำมาปรับปรุงจริงจัง

  5. จดบันทึกความสำเร็จและความล้มเหลว เพื่อเรียนรู้และเติบโตต่อไป

Our story

คัมภีร์ ขายหม่าล่าทั่ง อยู่ในมือคุณแล้ว

ครบแล้วครับ 100 วิธีที่ผมใช้สร้างตัวจากร้านหม่าล่าทั่งห้องแถวเล็กๆ จนกลายเป็นธุรกิจที่มั่นคง การ ขายหม่าล่าทั่งให้ได้กำไร ไม่ได้มีสูตรลับตายตัว มันคือการผสมผสานศาสตร์และศิลป์ การใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่การวางแผน ไปจนถึงการบริการ และการไม่หยุดที่จะเรียนรู้

ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจซื้อ แฟรนไชส์หม่าล่าทั่ง ที่ดี หรือสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมาใหม่ คัมภีร์เล่มนี้จะเป็นแผนที่นำทางให้คุณได้เสมอ จำไว้ว่า… ความสำเร็จไม่ได้มาจากการทำสิ่งยิ่งใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่มาจากการทำสิ่งเล็กๆ ให้ดีที่สุดในทุกๆ วัน

ขอให้ทุกท่านโชคดี และขอให้ซุปในหม้อของคุณเดือดพล่านไปด้วยกำไรนะครับ!

ภาพประกอบ คัมภีร์ 100 วิธี ขายหม่าล่าทั่งให้ได้กำไร | จากประสบการณ์ 15 ปี สู่เจ้าของแฟรนไชส์

ติดต่อเรา

tsunami - bg 3

บริษัท กูรู แฟรนไชส์ จำกัด

Biggerland เฟส 4 ลำลูกกาคลอง 8
ที่อยู่ 48/24 หมู่ 4 ตำบลลำลูกกา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12150

โทรศัพท์

  • 081-076-6668 ​เชน
  • 091-856-5555 คุณริช

อีเมล
[email protected]